8 ทิปส์ กู้เล็บพัง ปังเล็บสวย

Last updated: Nov 11, 2020  |  119 จำนวนผู้เข้าชม  |  สุขภาพและความงาม

8 ทิปส์ กู้เล็บพัง ปัง!เล็บสวย 

 

 

       ฮายย...หนุ่มๆสาวๆสาวก"ทำเล็บ"ทั้งหลาย ก็อยากเล็บสวยอ่ะเนอะ ก็ต้องทนบ้างอะไรบ้างถึงแม้จะเจอกับปัญหาเล็บเปราะบาง แตกหักง่าย แถมยังเหลืองอีกด้วย แต่พอนานๆเข้าเวลาจะหยิบจับอะไร หรือถ่ายรูป พอเห็นเล็บตัวเองในสภาพนี้ ทำให้เราไม่มีความมั่นใจ บางคนเล็บเหลืองก็เอาสีมาทาทับเข้าไปอีก บางคนก็กัดเล็บให้หายเล็บหัก แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน แล้วเราก็มักจะแก้ปัญหาแบบนี้ซ้ำๆวนไปวนมาจนทำให้เล็บแย่กว่าเดิมอีก

        วันนี้แอทซี เลยจัด 8 ทิปส์ ดูแลเล็บที่พังของบรรดาหนุ่มๆสาวๆ สายทำเล็บที่อยากมีเล็บที่สวย ปัง สุขภาพดี โดยไม่ต้องพึ่งช่างให้เสียเงิน ที่ทำง่าย สบายกระเป๋า แถมยังได้เล็บสวยสมใจอีกด้วย *แต่มีข้อแม้ว่า ต้องอดทน กั้นใจ และมีวินัยในการดูแลรักษากันด้วยนะ* ถ้าพร้อมจะดูแลเล็บของเราแล้ว ไปดูกันเลยย

 

 

1.บำรุงเล็บ 'ให้ชุ่มชื้น'

ต้องบอกก่อนว่า การที่จะบำรุงให้เล็บของเราชุ่มชื้น เราต้องเริ่มที่การบำรุงมือของเราควบคู่ไปกับเล็บด้วย เพราะเวลาเราดูแลมือเราก็จะใช้ Hand Cream ทาทั่วๆบริเวณมือของเรา *แต่เรามักจะทาเว้นบริเวณเล็บ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเราควรใช้ Hand Cream ทาทับเล็บไปด้วยเลยเพราะจะช่วยทำให้เล็บของเราชุ่มชื้นมากขึ้น *เพราะการที่เล็บของเราเปราะบาง แตกหักง่าย มาจากการที่เล็บของเราขาดความชุ่มชื้นนั่นเอง*

นอกจากนี้ถ้าเราอยากให้เล็บของเราฟื้นฟูเร็วและชุ่มชื้นตลอดเวลา ควรใช้ *เซรั่ม ครีม ที่เน้นบำรุงเล็บโดยเฉพาะ หรือ วิธีง่ายๆ หาได้จากที่บ้าน เช่น (ออยล์ น้ำมันมะกอก หรือ น้ำมันมะพร้าว) ทาเน้นๆบริเวณเล็บเป็นประจำ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เห็นผลดีขึ้นแน่นอนจ้า

*แอทซีขอแนะนำ SHEA HAND CREAM

ผลิตภัณฑ์บำรุงมือและเล็บ เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม บางเบา สบายผิว ด้วยความมหัศจรรย์ของน้ำมันจระเข้ ที่อุดมไปด้วย ไขมันโอเมก้า 3, 6 และ 9; วิตามิน A, วิตามิน E, กรดไขมันไลโนเลอิก และกรดไขมันโอเลอิก ผสานคุณค่าจาก Shea Butter และสารสกัดว่านหางจระเข้ ช่วยให้ความชุ่มชื้น บำรุงมือของคุณให้แลดูเนียนนุ่ม

 

2.หนังกำพร้าข้างเล็บ 'อย่าขูดบ่อย'

 

เชื่อว่าหลายๆคนต้องมีอาการแบบนี้แน่ๆเลย เวลาเห็นหนังข้างเล็บ (เรียกว่า จมูกเล็บ)ลอกขึ้นมา ก็จะชอบหากรรไกร ตะไบเล็บมาขูดออก หรือ บางคนก็เอาเล็บฉีบออกอยู่ตลอดเวลา จนบางทีเกิดเลือดซิบๆ ก็จะแสบๆหน่อย แต่หารู้ไหมว่าวิธีนี้ทำให้ส่งผลเสียต่อหนังกำพร้าข้างเล็บของเรามาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังบอกว่า "หากหนังกำพร้าข้างเล็บของเรา ถูกการทำร้าย ขูดบ่อยๆ หรือ มีแผล ถ้าไม่รักษาถูกวิธี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียได้ และส่งผลต่อการเติบโตของเล็บได้ด้วย"

*เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดอาการจมูกเล็บแห้งแตก ลอกหรือฉีกง่าย เราควรบำรุงรักษาด้วย *เซรั่ม ครีมสำหรับเล็บโดยเฉพาะ หรือ วิธีง่ายๆใช้ ออยล์ น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว จะช่วยทำให้เล็บเราสุขภาพดี แข็งแรง ไม่แห้ง ลอกง่ายอีกต่อไป


 

3.เลี่ยงสัมผัส 'น้ำ' โดยตรง

 

ให้ทุกคนลองสังเกตกันว่า ตอนที่เราล้างมือ ล้างจาน อาบน้ำ หรือ ซักผ้านานๆ เล็บของเราจะมีลักษณะ(เปื่อยๆ ยุ่ยๆ หรือหนังลอกก็มี) เพราะว่าน้ำ สามารถดูดซึมเข้าไปในเล็บได้มากกว่าผิวหนังถึง 1000 เท่า* และกระจายเข้าไปในเล็บชั้นในได้ง่ายกว่า! ซึ่งส่งผลทำให้ น้ำเข้าเล็บเยอะเกินไป เซลล์ภายในเล็บเกิดความเสียหาย เกิดอาการ เปราะบาง หัก ลอกร่อนได้

โดยเฉพาะคนที่ชอบทำเล็บต้องระวังเป็นพิเศษ* พยายามลดเวลาที่ 'เล็บสัมผัสน้ำ' ให้น้อยลง ไม่ล้างมือนานเกินความจำเป็น เพราะถ้าเล็บโดนน้ำมากเกินไป จะทำให้โครงสร้างเล็บอ่อนแอลง และเกิดอาการ เปราะ หัก แตกง่ายได้นะ


 

4.เลิกซะ 'แคะ แกะ เล็บ'

 

เข้าใจว่าหลายๆคนก็คงอยากจะให้เล็บเราสะอาด ไม่มีขี้เล็บดำๆติดอยู่ หรือไว้เล็บยาวๆเพื่อใช้ทำนู่น ทำนี่ แบบดีดกีตาร์ เปิดกระป๋องน้ำ หรือเอาไว้แคะแกะ อย่างอื่น *แต่บางคนก็อาจจะทำแรงไปหน่อย เกิดเล็บฉีก หัก เลือดซึมออกมา สุดท้ายติดเชื้อแบคทีเรียอีก ปัญหาซ้ำซ้อนไปอีก *ยิ่งคนที่ทาเล็บเจลแล้วเนี่ย บอกเลยว่าตอนลอกเล็บเจลออกต้องมีหน้าเล็บติดออกมาด้วยแน่นอน และความเล็บเหลือง เล็บบางตามมาแน่ *ดังนั้นควรพักเล็บ ไม่แคะ แกะ ให้เล็บเสีย หรือ ถ้าพังมากจนเราไม่สามารถทำได้ ก็ต้องหาร้านทำเล็บที่ดีๆ ให้ช่วยดูแลเล็บของเรา

 

5.บำรุงดูแล 'เหมิือนเส้นผม'

 

เล็บกับผมมีสิ่งที่เหมือนกัน ก็คือ 'เคราติน' เพราะฉะนั้นถ้าบำรุงผมระดับไหน ก็ควรดูแลเล็บระดับนั้นด้วย เส้นผมของเราแห้ง ขาด หลุดร่วงง่าย เล็บของเราก็เช่นกัน ถ้าโดนสารเคมีเยอะเกินไป ก็จะส่งผลเสียด้วยกันทั่งคู่ ยิ่งคนที่ชอบทำเล็บเจล อะคิลิกบ่อยๆ จะทำให้เล็บแห้ง ไม่ต่างกับคนที่ชอบสระผมและเอาไดร์เป่าทุกวันจนผมแห้งนั้นเอง

>วิธีดูแลก็คือ ใช้เซรั่ม ครีมบำรุงมือและเล็บโดยเฉพาะ และเสริมด้วยออยล์ หรือ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก ที่สำคัญหลีกเลี่ยงไม่ใช้สารเคมีกับเล็บเยอะเกินไปเท่านี้เล็บเราก็จะสวยและงอกขึ้นมาใหม่แบบปังๆเลยจ้า

 

 

6.ปรับวิธีบำรุง 'ตามอากาศ'

 

แค่อากาศเปลี่ยนคนเรายังเป็นหวัดได้ แล้วจะเหลืออะไรกับเล็บของเราที่ก็เปลี่ยนสภาพตามไปด้วย *ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนวิธีบำรุงเล็บของเราให้ตามทันกับ'สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง'ไปด้วย เช่น หน้าหนาวผิวเรามักจะแห้ง เล็บก็แห้ง เปราะง่ายกว่าเดิม จึงต้องดูแลมากกว่าปกติ หรือบางครั้งเกิดอากาศแปรปรวน อุณหภูมิต่างกันมากๆ อาจเกิดผลเสียกับเล็บได้ 

ถ้าเป็นไปได้ *ควรทาครีมบำรุงมือเล็บบ่อยๆ และถ้าหนาวมากก็*ใส่ถุงมือบางๆ ไว้บ้างเพื่อป้องกันเล็บเสีย และกักเก็บความชุ่มชื้นในมือและเล็บไว้ได้ด้วย

 

 

7.เลือกใช้ของ 'คุณภาพ'

 

อยากมีเล็บสวย แข็งแรง สุขภาพดีไปนานๆ ก็ต้องมี *อุปกรณ์ที่ดีด้วย ถึงจะช่วยให้เล็บเราอยู่ได้นาน การเลือกอุปกรณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งวิธีเลือกอุปกรณ์มีดังนี้

ตะไบเล็บ : แทนที่จะใช้ตะไบเนื้อทราย ขูดแล้วสากๆ ที่ทำร้ายและเสียดสีจมูกเล็บ ลองเปลี่ยนไปใช้ตะไบที่ทำจากแก้วหรือคริสตัลแทน 

น้ำยาล้างเล็บ : ควรเลือกน้ำยาสูตรที่ไม่ใส่อะซีโตน เพราะถ้าใช้สูตรอะซีโตนบ่อยๆ จะทำให้เล็บเปราะบาง ขาดความเงางาม และยังส่งผลต่อสมองและระบบประสาทเมื่อสูดดมบ่อยอีกด้วย ให้เลือกสูตรที่ผสมออยล์เพิ่มความชุ่มชื้นให้เล็บแทน

แปรงขัดเล็บ : แทนที่จะใช้ไม้แหลมๆ อย่างไม้แคะหูแงะซอกเล็บ แนะนำให้ใช้แปรงขัดเล็บหรือ nail brush ปัดสิ่งสกปรกออกอย่างอ่อนโยนดีกว่า แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินเยอะ ก็ใช้แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วค่อยๆ แปรงออกก็ได้

 

8.ยุบหนอ พองหนอ 'กั้นใจไม่กัดเล็บ'

 

หลายๆคนที่มีนิสัยชอบกัดเล็บ แทะเล็บตัวเอง โดยที่ไม่รู้ตัวเนี่ย บอกเลยว่าต้องเลิกนะจ๊ะ ถ้ารู้สึกเครียด คันเล็บ เล็บฉีก ก็ควรหาวิธีอื่นที่ถูกต้อง ที่ไม่ต้องมากัดเล็บแบบนี้ เพราะจะยิ่งทำให้เล็บของเราเสียหายได้ง่าย *ต้องพยายามอดทน กั้นใจ ไม่ให้เรากัดเล็บ หรือแทะเล็บ ถ้าเล็บฉีกก็ควรหากรรไกรตัดเล็บมาตัด แล้วรองอกใหม่ หรือหน้าเล็บแตกก็ควรทาครีม เซรั่มบำรุงเล็บสม่ำเสมอ 

วิธีนี้ค่อนข้าง*ใช้เวลานาน ขั้นต่ำในการฟื้นฟูสภาพประมาณ 1 เดือน หากเป็นคนเล็บขึ้นช้าหน่อยก็อาจจะหลายเดือน แนะนำให้ใส่ถุงมือ หรือ อมลูกอม เพื่อไม่ให้ลืมตัวเผลอยกเล็บมากัดอีก อิอิ

 

สำหรับหนุ่มๆสาวๆที่ชอบทำเล็บ แล้วเล็บพัง ไม่ปังไม่เลิศ หวังว่าจะนำ 8 ทิปส์จากแอทซีไปใช้ ดูแลเล็บ ดูแลมือของตัวเองให้สวย ปัง มั่นใจ เหมือน Hand Model ได้นะคะ สำหรับครั้งหน้าแอทซีจะมีทิปส์อะไรมาอีก อย่าลืมติดตามกันนะคะ

 

 

อ้างอิงจาก : sanook