ถอดรหัสความงามคลีโอพัตรา ด้วย “น้ำมันจระเข้”

Last updated: Jul 8, 2019  |  528 จำนวนผู้เข้าชม  |  สุขภาพและความงาม

     ทุกคนคงจะคุ้นชินกับภาพของจระเข้ในสารคดี ที่มักจะเปิดศึกต่อสู้กันไม่ว่าจะด้วยสาเหตุแย่งชิงอาหาร สร้างอาณาเขต และอีกมากมายหลายเหตุผล แต่เคยนึกสงสัยกันหรือไม่ว่า จระเข้ที่เป็นเจ้าแห่งการต่อสู้นี้ ทำไมเราถึงไม่เคยเห็นบาดแผลฉกรรจ์ตามตัว ทั้งยังมักเห็นว่ามีผิวเลยสักครั้งเดียว

     นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ตั้งข้อสังเกตนี้เช่นกัน ว่าทำไม จระเข้มีการต่อสู้และมีบาดแผล แต่สามารถสมานแผลให้ปิดสนิท โดยไม่ติดเชื้อ แม้ว่าจะอยู่ในบริเวณแหล่งน้ำที่เต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียและจุลินทรีย์เป็นจำนวนมาก

     เมื่อลองถอดรหัสส่วนประกอบหลักของน้ำมันจระเข้  เราจะพบกรดไขมันสำคัญ 3 ชนิด ได้แก่ กรดไขมันปาล์มมิติก (Palmitic Acid) กรดไขมันโอเลอิก (Oleic Acid) และกรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic Acid) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อของโอเมก้า 3, 6 และ9 โดยโอเมก้า 9 ร่างกายมนุษย์นั้นสามารถสร้างขึ้นเองได้ทั้งยังสามารถพบได้ทั่วไปในธรรมชาติและอาหารที่เรารับประทานกัน แต่สำหรับโอเมก้า 3 และ 6 ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ เราจึงต้องได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริมเท่านั้น และโอเมก้าทั้งสามชนิดนี้ยังเป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งในเรื่องระบบภายในร่างกายที่สามารถช่วยให้หัวใจแข็งแรง ลดอาหารอักเสบภายใน อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของปัญหาผิวพรรณภายนอก เพราะมีส่วนช่วยในการรักษาแผลสะเก็ดให้หายเร็วขึ้น และลดรอยแผลเป็นให้จางลง บำรุงผิวหนังติดเชื้อรา รวมถึงการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และยังสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวได้

 

     นอกจากนี้ ยังค้นพบอีกว่า น้ำมันจระเข้ถูกนำมาใช้ประโยชน์แตกต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค หลายยุคหลายสมัยแล้ว เรียกได้ว่าถูกใช้มายาวนานหลายร้อยปีเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น จากหนังสือ Country Folk Medicine หนังสือที่รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับยาตำหรับยาโบราณ จากการสัมภาษณ์ คนเก่าแก่ในเมือง New England และ New York State โดยในหนังสือได้เขียนไว้ว่า ในอารยธรรมยุคอียิปต์โบราณ พระนางคลีโอพัตรา ราชินีแห่งเมืองอียิปต์ ได้ใช้น้ำมันจระเข้เพื่อบำรุงผิวให้สวยงาม โดยน้ำมันจระเข้สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวที่แห้งกร้าน คัน แพ้ และ บำรุงผิวให้สดใสสวยงามอยู่เสมอๆ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติ ช่วยให้ผิวหนังที่ติดเชื้อรา สิว รวมถึงแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และผิวไหม้จากแสงแดด ให้กลับมามีผิวที่สวยงามดังเดิมได้ ส่วนในเอเชียเราก็มีเช่นกันโดยในอารยธรรมจีนโบราณ เมื่อราว 4,000 ปีก่อน จากตำราการแพทย์แผนจีน “The Compendium of Materia Medica” โดยเภสัชกรชื่อดังราชวงศ์หมิง ที่ชื่อ “หลี่ สือเจิน” เขียนเอาไว้ว่าการรับประทานเนื้อจระเข้ที่มีส่วนผสมกับไขมันของจระเข้ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและสามารถรักษาความชุ่มชื้น และลดจุดด่างดำบนผิวได้

น้ำมันจระเข้ กับ อุตสาหกรรมความงาม

     ถึงตรงนี้ทุกคนคงจะเห็นถึงคุณประโยชน์ จากน้ำมันจระเข้กันแล้ว จึงไม่แปลกที่จะมีคนนำไปใช้บรรเทาและรักษาอาการต่างๆ ในแวดวงการแพทย์ รวมทั้งมีหลากหลายแวดวงธุรกิจทั่วโลกที่นำประโยชน์จากน้ำมันจระเข้มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของตน โดยจะเห็นได้มากจากอุตสาหกรรมความงามที่นำสารสกัดจากน้ำมันจระเข้มาใช้เป็นส่วนผสมหลัก ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุง หรือแม้แต่เวชสำอาง เพราะสรรพคุณหลักของน้ำมันจระเข้มีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณอยู่หลายอย่าง

โดยสรรพคุณหลักของน้ำมันจระเข้ที่ช่วยในเรื่องของความงาม มีดังนี้

   1.  ให้ความชุ่มชื้นและทำให้ผิวนุ่มเป็นเงางาม
       น้ำมันจระเข้ ช่วยฟื้นฟูให้ผิวหนังที่แห้ง แตกกลับมาชุ่มชื้น และนุ่มนิ่มเป็นเงางามได้ นอกจากนี้หากนำไปทำเป็นบาล์มก็สามารถทำให้ริมฝีปากที่แห้งกลับมา นุ่มชุ่มชื้นได้อีกครั้ง

   2.  ทำให้ริ้วรอยบนใบหน้าจางลง ดูหน้าอ่อนเยาว์ขึ้น
       ส่วนผสมทางธรรมชาติของน้ำมันจระเข้ช่วยคืนความอ่อนเยาว์และผลัดผิวใหม่ให้กับผิวหน้า โดยช่วยกระชับและคืนความยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังเพิ่มความสว่างสดใสและความเรียบลื่น พร้อมทั้ง ทำให้ผิวขาวขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีผู้ใช้น้ำมันจระเข้เป็นจำนวนมากที่รีวิวเกี่ยวกับน้ำมันจระเข้ว่าช่วยให้ปัญหาผิวหน้าหมดไป ทั้งช่วยลดเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ รอยเหี่ยวย่น รวมทั้งถุงใต้ตา รอยคล้ำรอบดวงตา หรือรอยแผลสิว

   3.  ช่วยปกป้องผิวจากการทำลายจากแสงแดด
       น้ำมันจระเข้มีคุณสมบัติเป็นครีมกันแดดตามธรรมชาติ เพระมีส่วนช่วยลดรังสี UV และปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดด ทั้งยังช่วยทำให้กระบนใบหน้ามีสีที่จางลง จากส่วนประกอบสำคัญอย่างโอเมก้า 3, 6, 9 และกรดไขมันต่างๆ ที่อยู่ในน้ำมันจระเข้เป็นกุญแจสำคัญในการช่วยลดอาการแดงจากผิวที่ถูกทำลาย ซึ่งในน้ำมันจระเข้มีสารออกฤทธิ์ต่อต้านอาการไหม้และกรดโอเลอิกที่อุดมอยู่ในน้ำมันจระเข้มีส่วนช่วยในการรักษาและเยียวยาให้แผลจากไฟไหม้บรรเทาลง รวมถึงสามารถลดแผลเป็นได้อีกด้วย

 

     สุดท้ายนี้สิ่งที่ทำให้น้ำมันจระเข้ถูกนำมาใช้กับผิวพรรณมนุษย์เราได้เป็นอย่างดี ก็เพราะน้ำมันจระเข้นั้น มีส่วนประกอบที่คล้ายคลึงกับองค์ประกอบไขมันบนผิวของมนุษย์ จึงทำให้สามารถนำมาใช้กับผิวพรรณของเราได้อย่างไม่ต้องกังวล