โรงงานเถื่อน-ครีมกิโล หลุมพรางความโลภที่ผู้ประกอบการไม่ควรทำ

Last updated: May 24, 2018  |  971 จำนวนผู้เข้าชม  |  เทคนิคการตลาด

          จากประเด็นกระแสสังคมในช่วงนี้ ที่มีข่าวการบุกจับ-ทลายแบรนด์ครีมเถื่อน โรงงานผลิตครีมผิดกฎหมาย ซึ่งพบการกระทำผิดทั้งการสวมเลข อย. สินค้า การแอบอ้างสรรพคุณเกินจริงเพื่อหลอกลวงผู้บริโภค ทำให้ภาพลักษณ์ธุรกิจความงามเสียหายในสายตาของผู้บริโภค และส่งผลให้หลายๆแบรนด์ที่ดำเนินธุรกิจถูกต้อง สุจริต ถูกเหมารวม กลายเป็นแบรนด์คุณภาพไม่ดี ผิดกฎหมายไปด้วย เปรียบเหมือนปลาเน่าตัวเดียว เหม็นไปทั้งข่อง !

          ในปัจจุบันธุรกิจสุขภาพและความงามยังคงขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และในปีล่าสุด ธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว ก็ติดอับดับ 1 ใน 10 ธุรกิจดาวรุ่งแห่งปี 2561 จากการเปิดเผยผลวิจัยของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ดังนั้นจึงทำให้คนบางกลุ่มต้องการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ด้วยวิธีผิดๆ เพราะความโลภ มุ่งแต่รวยเร็ว รวยไว ถึงแม้จะรู้ว่าขายของไม่มีคุณภาพ ผิดกฎหมาย แต่กำไรคือสิ่งล่อตาล่อใจที่ทำให้หลายคนยอมเข้าสู่วังวนธุรกิจมืดนี้

          แต่...เดี่ยวก่อน ความรวยมายาที่มาจากการขายเครื่องสำอาง ครีมเถื่อนผิดกฎหมาย จุดจบของแต่ละแบรนด์ย่อมไม่สวยหรูเหมือนคำโฆษณาสินค้าแน่นอน ทั้งถูกบุกจับ อายัดทรัพย์สิน ติดคุก หมดอนาคต แล้วสุดท้ายสิ่งที่เรามุ่งมั่นทำมาเพื่ออะไร ?

“แลกอนาคตทั้งชีวิตกับการเสวยสุขบนความทุกข์ของคนอื่น แค่ชั่วคราวเท่านั้นหรือที่เราต้องการ”

          ถ้าเรามองให้ดี จะเห็นว่า มีอีกหลายแบรนด์ที่ทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย ขายสินค้ามีคุณภาพ เค้าก็สามารถประสบความสำเร็จในตลาดความงามได้ในระยะยาว สุดท้ายการที่แบรนด์จะประสบความสำเร็จ มันไม่ได้อยู่ที่ว่า เราจะทำแบรนด์ผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ขึ้นอยู่กับวิธีการที่เราใช้ทำธุรกิจนั้นๆมากกว่า เช่น กลยุทธ์การตลาด คุณภาพสินค้า ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ซื่อสัตย์ต่อตัวแทนของตนเอง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะทำให้แบรนด์เติบโตได้ในระยะยาวอย่างแท้จริง !! ไม่ใช่หลอกขายฝัน ฟันกำไรจากตัวแทนอยู่เรื่อยไป

 

“กระดุมเม็ดแรก” ก้าวแรกสู่ธุรกิจความงาม เริ่มต้นอย่างไรให้ถูกต้อง ?

         
จุดเริ่มต้นของแบรนด์ความงามที่ประสบความสำเร็จ เริ่มต้นจากการเลือก “โรงงานรับผลิตครีมที่มีมาตรฐานการผลิตสูง” เป็นลำดับแรก โดยสังเกตจากการผ่านการรับรอง GMP PIC/S , HALAL และ HACCP ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์ความงามของแบรนด์ เป็นสินค้ามีคุณภาพ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ผลิตจากโรงงานที่มีมาตรฐาน มีที่มาที่ไปชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ ไม่ใช่ครีมกิโลที่กรอกกระปุกขายตามโรงงานเถื่อนอย่างแน่นอน

          ลำดับต่อมา “วางแผนกำหนดสินค้าและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย” ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นใคร อยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ มีความชอบสินค้าอะไร และสินค้าแบรนด์ไหนบ้างที่เป็นคู่แข่งของเรา เพื่อให้เราสามารถเลือกสินค้าและนำเสนอรูปแบบสินค้าให้มีความน่าสนใจมากที่สุด ในระหว่างวางแผนกำหนดสินค้า ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการออกแบบโลโก้สินค้า ฉลากบรรจุภัณฑ์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการสร้างแบรนด์ อ่านต่อ STP Model

          หลังจากนั้นจึงดำเนินการสั่งผลิตสินค้า โรงงานจะใช้เวลาเตรียมสารสกัดและผลิตสินค้าประมาณ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนการสั่งผลิตและออเดอร์ในขณะนั้น ระหว่างนี้จะมีการจดแจ้ง ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับทาง อย. ให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบ Stability Test เนื้อครีม เพื่อทดสอบคุณภาพสินค้าก่อนผลิตจริงด้วย  

          บทความข้างต้นเป็นขั้นตอนการสร้างแบรนด์คร่าวๆที่เราตั้งใจนำเสนอ เพื่อให้เห็นว่า ในระยะเวลาประมาณ 2 เดือน ผู้ประกอบการก็สามารถเป็นเจ้าของแบรนด์ความงามที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขายครีมดีมีคุณภาพได้แล้ว ไม่ต้องหลบซ่อนขายครีมเถื่อน-เครื่องสำอางปลอมกันให้ผิดกฎหมายและเสียอนาคต เพราะมันไม่คุ้มกันจริงๆ มาเริ่มต้นติดกระดุมให้ถูกต้องตั้งแต่ตอนนี้ ตอนที่ยังมีโอกาสกันดีกว่า

          ท้ายที่สุด ขอฝากไว้สำหรับคนที่จะเป็นตัวแทน หรือซื้อสินค้าเครื่องสำอางแบรนด์ไหนไป ใช้ ก่อนซื้อให้ลองเช็คข้อมูลการจดแจ้งสักนิด ซึ่งสมัยนี้ขั้นตอนการทำก็ไม่ได้ยุ่งยาก เสียเวลามากมาย ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบว่าสินค้าความงามของแบรนด์นั้นๆมีการจดแจ้ง อย. จริงหรือไม่ ใส่ข้อมูลรายละเอียดตรงตามฉลากสินค้าหรือไม่ เช่น ชื่อเครื่องสำอาง , เลขจดแจ้ง อย. , ชื่อผู้ประกอบการ และที่ตั้งโรงงานรับผลิตครีม ถ้าข้อมูลระบุไม่ตรงกัน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นแบรนด์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ผิดกฎหมายแน่นอน

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง