การนำสินค้าเข้า Modern Trade EP 3 : การทำบาร์โค้ดสินค้า ตอน 1

Last updated: Jul 8, 2019  |  10231 จำนวนผู้เข้าชม  |  เทคนิคการตลาด เทคนิคการตลาด

การนำสินค้าเข้า Modern Trade EP 3 : การทำบาร์โค้ดสินค้า ตอน 1

ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา “โชห่วย” หรือร้านขายของชำที่เราเรียกจนติดปาก ต่างก็ซบเซาลง ไม่ได้คึกคักเหมือนในสมัยก่อน นั่นก็เป็นเพราะว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่สมัยนี้นิยมซื้อสินค้าผ่านโมเดิร์นเทรดมากกว่า ซึ่งเปรียบเสมือนร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ที่มีภาพลักษณ์ดูดี มีมาตรฐาน และกลยุทธ์การตลาดมากมายดึงดูดผู้บริโภค และด้วยความที่ Modern Trade เป็นแหล่งกระจายสินค้าขนาดใหญ่ การจัดการคลังสินค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งใน การนำสินค้าเข้า Modern Trade EP 2 เราได้เกริ่นทิ้งท้ายในเรื่องของการจัดการคลังสินค้าและระบบบาร์โค้ดเอาไว้บ้างแล้ว  มาใน EP นี้ เราจะมาแนะนำผู้ประกอบการทุกท่านได้ทำความรู้จักกับระบบบาร์โค้ดซึ่งเป็นหัวใจของการจัดการสินค้าทั่วโลก ว่าบาร์โค้ดประเภทไหนที่จำเป็น และสำคัญกับการนำสินค้าเข้าโมเดิร์นเทรด รวมไปถึงการเรียนรู้ขั้นตอนการสร้างบาร์โค้ดสินค้า

บาร์โค้ดสินค้าคืออะไร ?

บาร์โค้ด คือ เลขหมายประจำตัวสินค้า ที่ใช้ในการระบุและจัดเก็บข้อมูลสินค้า ประกอบไปด้วย รหัสประเทศ ,เลขหมายประจำตัวสมาชิก หรือรหัสประจำตัวบริษัท , รหัสประจำตัวสินค้าที่ผู้ใช้งานกำหนด และตัวเลขตรวจสอบความถูกต้องที่ได้จากการคำนวณ(Generate Barcode) ซึ่งสามารถอ่านค่าโดยใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บบันทึกข้อมูล นิยมใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในสินค้าและการบริการต่างๆ ซึ่งรูปแบบบาร์โค้ดสินค้าที่ใช้ในโมเดิร์นเทรด และผู้ประกอบการควรรู้จักมี 2 แบบคือ GTIN-13 และ GTIN-14 (TIF-14)

GTIN-13

GTIN-13 เป็นชนิดบาร์โค้ดที่ใช้สำหรับติดบนสินค้าขายปลีกทั่วไป ประกอบไปด้วย เลขรหัส 13 หลักและแถบแท่งบาร์โค้ด ซึ่งกำหนดให้ 1 แถบบาร์โค้ดแทน 1 ผลิตภัณฑ์สินค้า โดยรูปแบบบาร์โค้ดที่นิยมใช้และพบเห็นบ่อยๆบนตัวสินค้า ได้แก่ บาร์โค้ดแบบ EAN-13 ซึ่งเป็นบาร์โค้ดที่ระบุ รหัสประเทศ รหัสบริษัท รหัสสินค้า และเลขตรวจสอบไว้ในอันเดียวกัน

 

บาร์โค้ด EAN-13 มีองค์ประกอบ 5 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 : สัญลักษณ์แท่งบาร์โค้ดสำหรับอ่านด้วยเครื่องสแกนเนอร์

ส่วนที่ 2 : ตัวเลขแสดงรหัสประเทศสมาชิก ซึ่งของประเทศไทยใช้รหัส 885

ส่วนที่ 3 : ตัวเลข 5 หลักถัดมา เป็นรหัสประจำตัวบริษัท

ส่วนที่ 4 : รหัสสินค้าค้าปลีก 4 หลัก ที่กำหนดแทนผลิตภัณฑ์ เช่น 0001 , 0002

ส่วนที่ 5 : ตัวเลขหลักสุดท้ายที่ได้จากการสร้างบาร์โค้ด เรียกว่า ตัวเลขตรวจสอบ (Check Digit)

 

*วิธีการตรวจสอบว่าบาร์โค้ดถูกต้องหรือไม่ ให้นำตัวเลขบาร์โค้ดสินค้า 12 หลักแรก มาคำนวณได้ที่

http://164.115.22.112/main/gs1standardsystem.php?id_view=20130519000057

ถ้าบาร์โค้ดถูกต้อง ระบบจะต้องแสดงตัวเลขตรวจสอบหลักสุดท้าย ตรงกับบาร์โค้ดบนสินค้า

 

 

วิธีการสร้างบาร์โค้ด EAN-13 แบบออนไลน์

1.เปิดเว็บเบราเซอร์สำหรับสร้างบาร์โค้ด เช่น online-barcode-generator.net , terryburton.co.uk , barcode.tec-it.com ซึ่งในที่นี้ยกตัวอย่างวิธีการทำด้วย online-barcode-generator.net เพราะว่าใช้งานสะดวก เข้าใจง่ายที่สุด

2.เลือกบาร์โค้ดประเภท EAN-13

3.ใส่รหัสประเทศ 3 หลัก ตามด้วย รหัสประจำตัวบริษัท และกำหนดรหัสสินค้า 4 หลัก

4.คลิกเลือก Create

5.ระบบจะสร้างแท่งบาร์โค้ด EAN-13 พร้อมเพิ่มตัวเลขหลักสุดท้ายเข้ามา กลายเป็นชุดตัวเลข 13 หลัก

6.ดาวน์โหลดบาร์โค้ดในรูปแบบไฟล์ EPS , PNG , PDF หรือ SVG

 

 

หลังจากที่เราสร้างเลขบาร์โค้ด EAN-13 ขึ้นมาได้แล้ว ก็สามารถนำไปใช้สกรีนลงบนสินค้าชนิดนั้นๆได้ ทำให้เวลาพนักงานขายสินค้า ไม่ต้องเสียเวลาหยิบดูว่าเป็นสินค้าอะไร สามารถสแกนตัวบาร์โค้ดสินค้าผ่านเครื่องสแกนเนอร์ได้ทันที ช่วยให้การขายสินค้าหน้าร้าน มีความสะดวก รวดเร็ว มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสามารถตรวจเช็คสต็อกสินค้าในระบบข้อมูลได้ทันที ซึ่งการทำบาร์โค้ดสินค้าถือเป็นมาตรฐานในการจัดการสินค้าของห้างโมเดิร์นเทรดสมัยใหม่ ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงาน และถือเป็นข้อแตกต่างจากร้านโชห่วยทั่วๆไป ที่อาศัยคนคอยจดบันทึกและเช็คสต็อกสินค้า ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมและเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานง่ายกว่า

ใน EP หน้า เราจะมาอธิบายกันต่อ กับรูปแบบบาร์โค้ด GTIN-14 ว่ามันคืออะไร มีส่วนประกอบอย่างไรบ้าง และขั้นตอนการสร้างจะยุ่งยากหรือไม่ อ่านต่อใน การนำสินค้าเข้า Modern Trade EP 4 : การทำบาร์โค้ดสินค้า ตอน 2

ผู้ประกอบการท่านใด ที่สนใจและต้องการสมัครสมาชิกบาร์โค้ด สามารถติดต่อยื่นคำร้องได้ที่ สถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อ่านข้อมูลและขั้นตอนดำเนินการได้ที่ Barcode สำคัญอย่างไรในการประกอบธุรกิจ ?