เครื่องสำอางไทยในตลาดอาเซียน ตอนที่ 1 : สถานการณ์ตลาดเครื่องสำอางในอาเซียน

Last updated: Jul 3, 2019  |  20987 จำนวนผู้เข้าชม  |  เทคนิคการตลาด

 

เครื่องสำอางไทยในตลาดอาเซียน ตอนที่ 1 : สถานการณ์ตลาดเครื่องสำอางในอาเซียน

     จากบทความ Cosmetic in Laos ได้สะท้อนมุมมองที่มีต่อตลาดเครื่องสำอางในประเทศลาวว่ามีความน่าสนใจ และเหมาะสำหรับการเริ่มต้นลุยตลาดเครื่องสำอางในต่างประเทศ ผู้ประกอบการหลายคนอาจเกิดคำถามว่าแล้วตลาดเครื่องสำอางของชาติอื่นๆในอาเซียนตอนนี้เป็นอย่างไร น่าสนใจหรือไม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นโอกาสธุรกิจความงามใหม่ๆในตลาดต่างประเทศชัดเจนยิ่งขึ้น เราจะมาสัมผัสตลาดเครื่องสำอางในอาเซียนกันต่อ เอาให้ได้มุมมองครบถ้วนทุกประเทศกันเลยครับ

 

     เริ่มจากประเทศ ฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นตลาดส่งออกเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีลักษณะสังคมและวัฒนธรรมเป็นแบบตะวันตก ผู้คนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ จึงไม่ต้องกังวลว่าอาจจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามยอดนิยมส่วนใหญ่ในตลาด จะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม , ผลิตภัณฑ์ดูแลภายในช่องปาก และเครื่องสำอาง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 91.8 ของมูลค่าทั้งหมด และหากนับเฉพาะมูลค่าเครื่องสำอางในปี 59 ประเภทเดียว ก็คิดเป็นเงินหลัก 1,000 ล้านบาทแล้ว ฟิลิปปินส์จึงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามนะครับ

 

     “มาเลเซีย ตลาดความงามพันล้าน” จากปัจจัยภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับไทย สามารถขนส่งสินค้าได้สะดวก และความนิยมในสินค้า Made in Thailand ส่งผลให้ตลาดความงามในมาเลเซียมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนด้วยมูลค่ากว่า 1,159,972,660 บาท มีสินค้ายอดนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม , ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก และเครื่องสำอาง นอกจากนี้มาเลเซียยังเป็น Hub ส่งออกสินค้าฮาลาลไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางด้วย ผู้ประกอบการที่ทำผลิตภัณฑ์ความงามและได้รับเครื่องหมาย Halal หากส่งไปขายที่ตลาดมาเลเซีย รับรองว่าจะได้ช่องทางตลาดส่งออกเพิ่มเติมแน่นอน

 

     “อินโดนีเซีย-ตลาดมุสลิมที่มีมูลค่ามากที่สุด” อินโดนีเซียเป็นประเทศมุสลิมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากร 263 ล้านคน มากกว่าฟิลิปปินส์ 2 เท่า และอัตรา GDP สูงเป็นอันดับที่ 5 ของเอเชีย ตลาดความงามจึงยังสามารถขยายตัวได้อีกมาก โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในตลาด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ผลิตภัณฑ์โกนหนวด และเครื่องสำอาง มีมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 816,129,803 บาทในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2560 อย่างไรก็ตามเครื่องสำอางที่จะส่งออกไปอินโดนีเซีย ต้องมีมาตรฐาน Halal รับรองเช่นเดียวกับประเทศมาเลเซีย เพราะเป็นกลุ่มประเทศมุสลิม

 

     3 อันดับต่อมา เป็นประเทศในกลุ่ม CLMV ที่มีพื้นที่ติดต่อกับไทยโดยตรง ทำให้มีข้อได้เปรียบในการขนส่งสินค้าที่สะดวกรวดเร็ว และหลากหลายทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งทั้งตลาดกัมพูชา พม่า และลาว มีมูลค่าตลาดความงามรวมกันประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยในส่วนของตลาดกัมพูชาอยู่ที่ 826 ล้านบาท ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ชอบสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม , ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก และเครื่องสำอาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ครีมกันแดด และโลชั่น ที่เรียกว่าซื้อง่ายขายคล่องมากจริงๆ ถ้าผู้ประกอบการสนใจลุยตลาดกัมพูชา รับรองว่าอนาคตรุ่งแน่นอน               ในขณะที่ประเทศพม่านับตั้งแต่เปิดประเทศเป็นต้นมา ก็เป็นประเทศเนื้อหอม ชาวต่างชาติแห่เข้าไปลงทุน จึงเป็นขาขึ้นของเศรษฐกิจพม่า ผู้คนจึงมีกำลังซื้อสินค้ามากขึ้น ส่งผลให้ตลาดพม่ามีมูลค่าสูงอันดับ 5 ของอาเซียน โดยเครื่องสำอางเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สร้างรายได้เข้าประเทศไทยถึง 1,100 ล้านบาทในปี 2559 และจากช่วงต้นปี 60 – เดือนเมษายน มียอดเงินสะพัดแล้วกว่า 342 ล้านบาท

     ด้านสถานการณ์ตลาดลาว อย่างที่นำเสนอใน Cosmetic in Laos ว่าด้วยความเป็นบ้านพี่เมืองน้องกันมานาน มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกันมากที่สุด สามารถสื่อสารกันได้ง่ายโดยไม่ต้องฝึกเรียนภาษาใหม่ และถึงแม้ตลาดลาวจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่เศรษฐกิจกำลังเติบโตเร็วเช่นเดียวกับพม่า ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตลาดลาวเหมาะเป็นจุดเริ่มต้นของผู้ประกอบการในตลาดเครื่องสำอางต่างประเทศ

     “สิงคโปร์-เมืองท่ากระจายสินค้าแห่งเอเชีย” ด้วยมูลค่า 486,099,692 บาท ตลาดสิงคโปร์อาจไม่น่าดึงดูดใจนัก เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดของฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หรือแม้แต่ตลาดกัมพูชา แต่เพราะ จุดเด่นการเป็นเมืองท่าสำคัญ เชื่อมต่อกับเส้นทางคมนาคมหลักของเอเชีย ทั้งทางทะเลและทางอากาศ จึงทำให้สินค้าความงามที่จะขนส่งไปยังประเทศอื่นๆต้องผ่านสิงคโปร์ ผู้ประกอบการจึงควรมีความรู้ความเข้าใจตลาดสิงคโปร์ไว้ด้วยเช่นกันครับ

 

     เวียดนาม อาจจะเป็นกลุ่มประเทศ CLMV ที่มีมูลค่าตลาดน้อยที่สุด ประมาณ 485,758,937 บาท แต่มีสัดส่วนตลาดความงามที่น่าสนใจคือ เครื่องสำอางมีมูลค่าการนำเข้าสูงที่สุดในบรรดากลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามอื่นๆ และหากมองลึกลงไปในกลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง พบว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ครีมกันแดด และโลชั่น ได้รับความนิยมมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80.94 ของสินค้าเครื่องสำอางทั้งหมดหรือมูลค่าราวๆ 103 ล้านบาท ถ้าแบรนด์ไหนทำการตลาดดีๆ ตลาดเวียดนามเป็นขุมทองย่อยๆได้เลยนะครับ

     “ตลาดบรูไน ผลพลอยได้ของตลาดมุสลิม” ด้วยมูลค่าตลาดไม่ถึง 1 ล้านบาท แต่ตั้งอยู่บนเกาะเดียวกับประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย และนับถือศาสนาอิสลามเหมือนกัน ทำให้ตลาดความงามบรูไนเป็นเสมือนผลพลอยได้จากการตีตลาดความงามในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย

 

     เป็นอย่างไรบ้างครับ หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายๆท่านคงมีไอเดียวางแผนส่งออกเครื่องสำอางไปยังตลาด AEC กันอยู่แน่ๆ ซึ่งในบทความตอนต่อไป เราจะมาเรียนรู้เขตการค้าเสรีอาเซียนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการ ก่อนส่งออกสินค้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจตลาด
AEC

อ่านต่อใน เครื่องสำอางไทยในตลาดอาเซียน ตอนที่ 2 : ความสำคัญและขั้นตอนการยื่นขอ Form D