ทำไมต้องแจกเทสเตอร์ก่อน ขายทีหลัง

Last updated: Jun 19, 2018  |  5001 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวสาร เทคนิคการตลาด

 

“การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นสินค้าใด สิ่งสำคัญที่สุด คือการทำให้ลูกค้าได้มีโอกาสทดลองใช้สินค้า ได้เห็น ได้สัมผัส และมั่นใจในคุณสมบัติของสินค้า”

     ในปัจจุบันมีแบรนด์ความงามจำนวนมากในท้องตลาด แต่มีสักกี่แบรนด์ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจ จนกลายเป็นลูกค้ากันในที่สุด ความยากของการริเริ่มสร้างแบรนด์ส่วนใหญ่ติดปัญหาอยู่ที่ผู้บริโภคยังไม่รู้จักแบรนด์ ไม่มีความมั่นใจ จากการไม่เคยลองใช้สินค้า จึงไม่กล้าซื้อสินค้านั่นใช้เอง ยิ่งในสมัยนี้การที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อสิ่งของต่างๆนั้นต้องผ่านการศึกษาหาข้อมูลและทดลองใช้เพื่อให้แน่ใจก่อน จึงจะเกิดการซื้อสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลิตภัณฑ์ความงาม การสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นแบรนด์ต่างๆจึงต้องงัดกลยุทธ์ไม้เด็ดมาเพื่อใช้แก้ไขปัญหา และหนึ่งในวิธีการยอดนิยมคือ การแจกผลิตภัณฑ์ขนาดทดลอง หรือ Tester นั่นเอง

 

การตลาดเชิงรุก แต่ไม่ Hard Sale เป็นอย่างไร ?

     Tester เป็นสินค้าขนาดทดลองที่แบรนด์ผลิตขึ้น สำหรับแจกให้กับลูกค้าได้ทดลองใช้ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์จากการใช้สินค้าจริงด้วยตนเอง ซึ่งเมื่อเกิดความพึงพอใจและมั่นใจในผลิตภัณฑ์ ก็จะหวนกลับไปซื้อสินค้าของแบรนด์ รวมทั้งช่วยแนะนำบอกต่อให้เกิดลูกค้ารายใหม่ๆให้แก่แบรนด์ได้อีกด้วย

     การแจกเทสเตอร์มีข้อดีคือเป็นกลยุทธ์ส่งเสริมการขายเชิงรุกที่ไม่เน้นนำเสนอการขายมากจนเกินไป รวมไปถึง ไม่ยัดเยียดข้อมูล สรรพคุณ คุณสมบัติของสินค้าให้กับลูกค้าจนรู้สึกอึดอัด แต่เน้นความจริงใจที่อยากให้ผู้บริโภค ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จริงเสียก่อน ซึ่งเมื่อใช้แล้วได้ผลดี ก็ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและโฆษณาให้ผลิตภัณฑ์ไปได้ในตัว จากการใช้ดีแล้วบอกต่อของลูกค้า โดยที่เราไม่จำเป็นต้องโฆษณา Hard Sale เยอะ เหมาะกับยุคปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารมากมาย และมีสินค้าให้ตัดสินใจเลือกเยอะ มุมมองการโฆษณาสินค้าแบบเดิมเพียงอย่างเดียวที่อาจไม่ส่งผลดีต่อแบรนด์ได้มากเท่าที่ควร

 

การเลือกช่องทางให้สัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย ?

     เนื่องจากการแจกเทสเตอร์มีเป้าหมายคือ สร้างประสบการณ์การใช้สินค้าทดลองให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการรับรู้ เกิดความมั่นใจในสินค้า และกลายเป็นกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ในเวลาต่อมา ดังนั้นการกำหนดช่องทางหรือพื้นที่ในการแจกสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเลือกช่องทางแจกสินค้าตัวอย่างไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่มีประสิทธิภาพ แต่โดยปกติแล้วเป้าหมายการแจกเทสเตอร์จะเชื่อมโยงกับการสร้างลูกค้าใหม่ และการรักษาฐานลูกค้าเดิม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การเลือกช่องทางการแจก Tester โดยพิจารณาจากกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้กำหนดกรอบการเลือกพื้นที่ได้ชัดเจนและง่ายยิ่งขึ้น 

     การแจก tester ในสถานที่สาธารณะ คือการแนะนำผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้บริโภค เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้แก่แบรนด์ ควรเลือกพื้นที่ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการจัดกิจกรรมลงพื้นที่จริง เช่น การเดิน Troop ประชาสัมพันธ์และแจกสินค้า รวมทั้งจัดบูธกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเยอะ ซึ่งนอกจากจะได้แจก tester แก่กลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ได้ลองใช้แล้ว ยังได้สร้างการรับรู้ถึงแบรนด์จากภาพโฆษณา ชื่อแบรนด์ ชื่อผลิตภัณฑ์ หรือรวมไปถึงโลโก้และช่องทางติดต่อที่สามารถทำไปค้นหาและศึกษาต่อเองได้

     ด้านการรักษาฐานลูกค้าเดิม อย่างการจัดกิจกรรมโปรโมชั่นกระตุ้นการขาย เช่น แจกของแถมควบคู่กับแพ็คเกจสินค้าขายจริง ก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและกระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น รวมทั้งใช้เป็นโอกาสโฆษณาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของแบรนด์ก็ไม่ผิดเช่นกัน นอกจากนี้ ในยุคนี้ไม่ว่าแบรนด์ไหนๆก็ต้องมีช่องทาง Social ให้ผู้คนติดต่อ เพราะฉะนั้น การเลือกแจก tester ผ่านแฟนเพจ Facebook ก็เป็นทางเลือกที่ดี โดยอาจจะตั้งกติกาเงื่อนไขง่ายๆ เช่น แจกเฉพาะคนกดไลค์ หรือแชร์ โฆษณาของผลิตภัณฑ์ ก็จะเป็นการช่วยโปรโมทแบรนด์และสินค้าไปได้ในตัว และทั้งนี้หากผู้รับเทสเตอร์ไปใช้แล้วได้ผล ก็ยังสามารถนำมาเผยแพร่ สร้างความน่าเชื่อถือและมาตรฐานของสินค้าให้กับแบรนด์ได้อีกด้วย

 

 

     จึงอาจกล่าวได้ว่า เพียงการลงทุนแจกเทสเตอร์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลอง ก็สามารถทำให้แบรนด์ขยายการตลาด สร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ และรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ได้ในพร้อมๆกัน ซึ่งไม่ใช้เพียงเพื่อสร้างความรู้จักหรือโฆษณาสินค้าเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างความน่าเชื่อถือแบรนด์และสินค้าให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง