Offline Marketing ที่ไม่ควรละเลย

Last updated: Jul 3, 2019  |  26088 จำนวนผู้เข้าชม  |  เทคนิคการตลาด เทคนิคการตลาด

 

 

Offline Marketing ที่ไม่ควรละเลย

สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างแบรนด์และกำลังวางแผนการตลาดอยู่นั้น ช่องทางหลักที่หลายๆแบรนด์เลือก น่าจะหนีไม่พ้นช่องทาง Online เพราะมีความยืดหยุ่นและใช้งบประมาณไม่มาก ง่ายต่อการจัดการ และที่สำคัญ เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่นอกจากช่องทาง Online แล้ว หลายๆคนคงจะคุ้นเคยกับคำว่า Offline Marketing มาบ้างไม่มากก็น้อย วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น ว่า Offline Marketing คืออะไร และยังมีประสิทธิภาพอยู่หรือไม่

 

 

Offline Marketing คือสื่อหรือช่องทางการทำการตลาด แบบเก่า ที่ไม่มีการใช้อินเตอร์เน็ตเข้ามาช่วย โดยใช้ Traditional media หรือสื่อแบบเก่า เช่น สิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ป้ายประกาศ ซึ่งอาจจะเป็นการทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงในพื้นที่นั้นๆ เน้นไปที่การสื่อสารด้านเดียว แต่ถึงแม้ว่าชื่อจะเรียก สื่อหรือช่องทางว่า “แบบเก่า” แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สื่อและช่องทางแบบเก่านี้ ยังอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน และเมื่อพิจารณาจากสถิติการใช้งบประมาณโฆษณา เมื่อต้นปี 2559 ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า สื่ออินเตอร์เน็ต หรือสื่อออนไลน์นั้น ใช้งบประมาณเพียง 0.66% ของทั้งหมดเท่านั้นเอง

 

Offline ดีกว่า Online หรือ?

      จากข้อมูลในย่อหน้าที่แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่า งบประมาณไปอยู่ในสื่อ Offline เสียเป็นส่วนใหญ่ หมายความว่า “สื่อ Online ไม่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับ สื่อ Offline อย่างนั้นหรือ?”  อย่างที่กล่าวไปข้างต้น สื่อ Offline แม้จะเป็นสื่อเก่า แต่ก็อยู่ในชีวิตประจำของเราทุกคน ดังนั้นสื่อ Offline จึงยังคงเป็นที่ช่องทางที่หลายแบรนด์เลือกใช้

     ทั้งนี้ ด้วยความที่ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง เช่น การลงโฆษณา ที่คิดกันเป็นหลักวินาทีละเป็นแสน (ในบางช่อง), การขึ้นป้าย Bill-Board ที่คิดกันเริ่มต้นตั้งแต่หลายหมื่นถึงหลายแสนต่อเดือน ทำให้แบรนด์หลักๆที่ใช้บริการสื่อเหล่านี้ จะเป็นแบรนด์ใหญ่ๆ แต่ในแบรนด์เล็กๆหรือแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้น จะสามารถใช้ สื่อ Offline ให้เหมาะสมกับธุรกิจของต้นได้อย่างไร

 

Offline Marketing ง่ายๆ งบประมาณไม่เยอะ

     ถึงตรงนี้ ผมอยากให้ผู้ประกอบการทั้งหลาย ตัดช่องทาง ทีวี, วิทยุ, หนังสื่อพิมพ์ ออกไปก่อน และมาโฟกัสกับสองช่องทางที่มีประสิทธิภาพและใช้งบประมาณไปมากนัก นั้นคือ สื่อสิ่งพิมพ์ร่วมกับการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ยกตัวอย่างเช่น การจัดกิจกรรมเดิน Troop ไปตามสถานที่ต่างๆ พร้อมการแจกสินค้าทดลองและโบรชัวร์สินค้า ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมากและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง

     มีข้อดี คือ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ทดลองสินค้าใน ณ ตอนนั้นเลย และมีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ในรูปแบบสิ่งพิมพ์ให้นำกลับไปศึกษา เพื่อเป็นช่องทางในการสั่งซื้อได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดพื้นที่ให้ตรงตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ชัดเจนอีกด้วย เช่น กลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานออฟฟิศ เราสามารถไปแจกสินค้าทดลองได้ในย่านที่มีบริษัทเยอะๆเช่น สีลม สาธร หรือถ้ากลุ่มเป้าหมายเราเป็นสินค้าสำหรับนักศึกษา เราอาจจะไปที่มหาลัยต่างๆที่กลุ่มเป้าหมายเราอยู่เยอะๆเป็นต้น

     อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าว เป็นเพียงการนำเสนอองค์ประกอบส่วนหนึ่งและยกตัวอย่างของการทำ Offine Marketing เท่านั้น ซึ่งในการทำการตลาดให้ประสบความสำเร็จ ไม่สำคัญว่าจะต้องเป็น Online หรือ Offine Marketing รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเสมอไป แต่ผู้ประกอบการควรเลือกกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมและตอบโจทก์ มาผสมผสานกัน หรือที่เรียกว่า IMC- Integrated Marketing Communication ซึ่งจะขอยกไปกล่าวในบทความหน้าครับ