สอนใช้ LINE@ EP 1 : มาสร้างไอดี LINE@ กันเถอะ

Last updated: Jul 3, 2019  |  52536 จำนวนผู้เข้าชม  |  เทคนิคการตลาด เทคนิคการตลาด

 

เข้าถึงลูกค้ามากยิ่งขึ้นด้วย LINE Official Account EP 1 : มาสร้างไอดี LINE@ กันเถอะ

     ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา LINE ประเทศไทย เผยสถิติว่า คนไทยใช้แอปพลิเคชั่น LINE สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีจำนวนผู้ใช้กว่า 83 % จากประชากรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือไปจนถึงวัยสูงอายุ ก็ล้วนรู้จักและใช้แอปพลิเคชั่น LINE กันอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นตัวช่วยในการสื่อสารที่สามารถใช้ได้ทั้งแชทคุย, โทรคุยเหมือนโทรศัพท์ และวีดีโอคอลได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย ทั้งยังเข้าถึงคนไทยทุกเพศทุกวัยได้ง่ายๆ จึงทำให้พ่อค้าแม่ค้า รวมไปถึงบริษัทห้างร้านขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงใช้แอปพลิเคชั่น LINE เพื่อติดต่อและให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้าในยุคปัจจุบัน จึงถือว่าLine ได้เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญชิ้นหนึ่งไปเสียแล้ว

     แอปพลิเคชั่น LINE มีความสามารถแตกต่างจาก Facebook คือ ฟังก์ชั่นในการส่งข้อความหาลูกค้าทีละจำนวนมากในเวลาเดียวกัน หรือการบรอดแคสต์ข้อความ และฟังก์ชั่นริชแมสเสจ ข้อความภาพที่มีดีไซน์แปลกใหม่ ช่วยดึงดูดสายตาผู้อ่าน ซึ่งสามารถแทรกลิ้งค์เว็ปไซต์สำหรับให้ข้อมูลเพิ่มเติมและสร้างการติดตามได้อีกด้วย จึงทำให้ LINE เหมาะสำหรับการสื่อสารที่ต้องพูดคุยกับลูกค้า และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตลอดเวลา เปรียบเสมือนพ่อค้าแม่ค้าที่เดินเข้าหาลูกค้า ในขณะที่ Facebook เน้นเครื่องมือการสร้างและจัดการแฟนเพจ เพื่อเป็นหน้าร้านค้าออนไลน์ให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าและบริการ ดังนั้นการใช้ Facebook เพียงอย่างเดียว จึงอาจไม่สามารถกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ

     อย่างไรก็ดี แอปพลิเคชั่น LINE ธรรมดานั้นมีข้อจำกัด คือไม่สามารถเพิ่มเพื่อนได้เกิน 5,000 คน แต่ใน LINE@ สามารถเพิ่มเพื่อนใน Account ได้มากถึง 300,000 คน ทั้งยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อการขายของออนไลน์เพิ่มขึ้น เช่น เพิ่มแอดมินสำหรับตอบข้อความและให้ข้อมูลต่อลูกค้าสูงสุดถึง 100 คน , สามารถส่งข้อความแบบ Boardcast สำหรับโฆษณาสินค้าและบริการให้กับ Account รายอื่นที่เพิ่มเพื่อนเข้ามาเพื่อเสนอข่าวสารและโปรโมชั่นได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึง Rich Message (การส่ง Content ได้ทีละหลายๆคน : ศึกษาได้ในบทความต่อไป) เป็นต้น ซึ่งการสมัคร LINE@ ก็ไม่ซับซ้อน โดยมีขั้นตอนการสมัครดังนี้

 

1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น LINE@ มาติดตั้งก่อน ซึ่งมีทั้งเวอร์ชั่นสำหรับ Android และ iOS


 

 

 

2. เลือกวิธีการสมัคร LINE@ ID

 

 

หลังจากดาวน์โหลดแอพฯ LINE@ ผ่านทาง AppStore หรือ Play Store ก็ได้เวลาลงทะเบียนกันแล้ว เมื่อเปิดแอพฯ LINE@ จะมีตัวเลือกด้วยกัน 2 อย่าง ได้แก่

•  Start with LINE ให้เลือกหากต้องการเชื่อมต่อกับ LINE ในตัวเครื่อง

• Login with LINE account เพื่อกรอกอีเมลและพาสเวิร์ดของ LINE ที่ลงทะเบียนไว้ในเครื่องอื่น

 


3. ศึกษาข้อกำหนดการใช้งาน




เมื่อศึกษาข้อกำหนดการใช้งานเรียบร้อยแล้ว กดยอมรับข้อตกลงและอนุญาต เพื่อดำเนินการสร้าง Account ของ Line@

 

4. กรอกรายละเอียด


ในขั้นตอนสร้างโปรไฟล์บัญชี พิมพ์ชื่อบริษัท หรือชื่อแบรนด์ ความยาวไม่เกิน 20 ตัวอักษร, อัพโหลดรูปถ่าย และเลือกประเภทของธุรกิจและรายละเอียดของธุรกิจ เสร็จแล้วกดลงทะเบียนและยอมรับข้อตกลง

 

5. เสร็จสิ้น

เมื่อเราสร้าง Account ใน LINE@ เสร็จเรียบร้อย ก็สามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆบน LINE@ ได้แล้วครับ เพียงแต่ LINE@ ID ของเราจะยังเป็น Random ID ซึ่งประกอบไปด้วยตัวอักษรและตัวเลขที่เราไม่สามารถกำหนดเองได้ ทำให้ลูกค้าจดจำและพิมพ์แอดไอดี LINE@ ของเรายาก

ทั้งนี้ LINE@ มีฟังก์ชั่น Premium ID ให้เลือกสมัคร สำหรับตั้งชื่อ LINE@ID เป็นของตนเอง เช่นในภาพประกอบ ID ของ AT-ZE คือ @AT-ZE เนื่องจากใช้บริการ Premium ID รายปี ซึ่งราคาอยู่ที่ประมาณ 5.99 USD หรือ สองร้องกว่าบาทต่อปีเท่านั้น

วิธีสมัคร Premium ID บน Android

วิธีสมัคร Premium ID บน iOS

 

หลังจากได้เรียนรู้และสร้าง Account  LINE@ เรียบร้อยแล้ว ใน EP ต่อๆไป เราจะมานำเสนอการใช้งานแต่ละฟังก์ชั่นบน LINE@ ไม่ว่าจะเป็นการ Broadcast ข้อความ , การสร้าง Coupon ส่วนลด, ระบบตอบกลับข้อความอัตโนมัติ และขั้นตอนการสร้าง Rich Message ซึ่งแต่ละฟังก์ชั่นล้วนมีความน่าสนใจทั้งนั้น สมกับที่เป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในสังคมปัจจุบัน

 

Next EP >>