วางแผนการสร้างแบรนด์ด้วยกลยุทธ์การตลาด 4 P

Last updated: Jul 3, 2019  |  19998 จำนวนผู้เข้าชม  |  เทคนิคการตลาด เทคนิคการตลาด

 

วางแผนการสร้างแบรนด์ด้วยกลยุทธ์การตลาด 4 P

ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องของธุรกิจและการสร้างแบรนด์แล้วสิ่งที่เจ้าของแบรนด์ควรจะต้องมีนั้นมากมายเสียเหลือเกินไม่ว่าจะเป็น ภาวะผู้นำ , คนเก่งๆ และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย แต่ที่สุดแล้วสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ ” กลยุทธ์การตลาด ” ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะผลักดันแบรนด์นั้นๆไปสู่จุดหมายปลายทางที่หวังเอาไว้ได้ แล้วเราควรจะวางแผนกลยุทธ์อย่างไรกันดี ? ถ้าจะให้อธิบายถึงเรื่องเหล่านี้ อธิบายเป็นวันๆก็คงไม่หมดเพราะมีหลายเรื่องและหลายรูปแบบเสียเหลือเกิน ดังนั้นในบทความนี้จะขออธิบายถึงกลยุทธ์การตลาดที่สามารถเข้าใจง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงที่นักการตลาดเรียกกันว่า ” กลยุทธ์การตลาด 4P ”


สำหรับกลยุทธ์การตลาด 4P นั้น ก็อย่างที่ชื่อของมันได้บ่งบอกเอาไว้ นั้นก็คือจะมีด้วยกันทั้งหมด 4 หัวข้อได้แก่

 

1.Product คือผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เราจะเสนอให้กับลูกค้า โดยการกำหนดให้เหมาะสมต้องดูว่ากลุ่มเป้าหมายของเรา ต้องการอะไร เราก็ตอบสนองสิ่งที่ลูกค้าต้องการและสร้างความแตกต่างในตลาดให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักจดจำง่าย ทำให้ลูกค้าสนใจและอยากเลือกซื้อสินค้าของเรา ซึ่งสามารถใช้หลักการตลาด STP มาช่วยวิเคราะห์หาข้อมูลได้ ประกอบไปด้วย S-Segmentation การแบ่งส่วนตลาด ,T-Targeting การเลือกตลาดเป้าหมาย และ P-Positioning การวางตำแหน่ง

ตัวอย่าง เช่น ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด SATIN UV SHIELD SUN PROTECTOR SPF50 PA+++ มีเนื้อครีมสีฟ้าอมเขียว นุ่มลื่น ให้ประสิทธิภาพการปกป้องครอบคลุมทั้ง UVA , UVB , IR และ Visible Light ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่แห่งการป้องกันผิว เหมาะสำหรับกลุ่มนักศึกษาและพนักงานบริษัท เพราะเป็นผู้มีความรู้ เปิดรับสิ่งใหม่ๆได้ง่าย มีสไตล์การใช้ชีวิตที่ไม่ชอบสิ่งจำเจ น่าเบื่อ ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถดึงดูดความสนใจและเป็นที่จดจำของกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าครีมกันแดดยี่ห้ออื่นในตลาด

 

 

2. Price คือ ราคาของสินค้า ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะมีผลกับการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ก่อนอื่นเราจะต้องรู้ว่าราคาเหมาะสมที่ลูกค้าจะยอมซื้อผลิตภัณฑ์ราคาเท่าไหร่ ผ่านการการทำแบบสอบถามกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเปรียบเทียบราคาจากคู่แข่ง รวมทั้งคำนวณราคาตามต้นทุนและกำไร แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาภาพลักษณ์ของสินค้ากับราคาจำหน่ายด้วย

ตัวอย่าง เช่น ครีมกันแดดของเราเป็นนวัตกรรมรุ่นใหม่ปกป้องครอบคลุมทั้ง UVA , UVB , IR และ Visible Light คู่แข่งในตลาดไม่สามารถลอกเลียนแบบคุณสมบัติได้ เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีการศึกษาและมีกำลังซื้อปานกลางขึ้นไป เราจึงควรตั้งราคาขายให้สูงกว่าครีมทั่วไปในท้องตลาด เพื่อสร้างผลกำไรที่มากขึ้นและราคาสูงจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าให้ดูมีระดับในสายตาของผู้บริโภค นอกเหนือจากประสิทธิภาพและราคาของตัวสินค้านั้นผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนในการผลิต เพราะปริมาณการผลิตจำนวนมาก จะทำให้ต้นทุนสินค้าต่อหน่วยมีราคาถูกลงนั่นเอง


 

3. Place คือ สถานที่หรือช่องทางในการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ ซึ่งการเลือกสถานที่ต้องพิจารณาว่าสินค้ามีลักษณะอย่างไร และกลุ่มเป้าหมายจริงๆเป็นใคร เพื่อให้สามารถกระจายสินค้าไปสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากที่สุด และสร้างผลกำไรสูงสุด ซึ่งในปัจจุบันสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook ,Instagram รวมทั้งในเว็ปไซต์ร้านค้าออนไลน์ ก็เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าที่มีความสำคัญเพราะผู้คนส่วนใหญ่นิยมใช้งาน ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จัก เข้าถึงได้ง่าย และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเช่าหน้าร้านขาย จึงถือเป็นแนวทางธุรกิจสมัยใหม่ที่ผู้ประกอบการควรให้ความสนใจ

ตัวอย่าง เช่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราเป็นนักศึกษาและพนักงานบริษัท นิยมใช้สื่อ Social เป็นประจำในชีวิตประจำวัน จึงควรเน้นสร้างช่องทางออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สะดวก รวดเร็วและรู้จักเราได้มากที่สุด เช่น การสร้างเพจบน Facebook ,โฆษณาขายสินค้าบน Instragram หรือการใช้ Line ติดต่อซื้อขายและแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้า ซึ่งช่องทางออนไลน์เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นของการประกอบธุรกิจ เพราะบริหารจัดการได้ง่าย เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้สะดวก และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเช่าสถานที่ ช่วยประหยัดต้นทุนที่ไม่จำเป็น เหมาะสำหรับผู้ประกอบการทั้งมือใหม่และรุ่นเก่าที่ต้องการขยายช่องทางธุรกิจ

 

 

4. Promotion คือ การทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการตลาดให้สินค้าและบริการของเราเป็นที่รู้จัก น่าสนใจ ผ่านการโฆษณาในสื่อรูปแบบต่างๆ  เช่น โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ รวมไปถึงการจัดกิจกรรมเพื่อให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าและบริการของเรา อย่างการจัดโปรโมชั่น ตามช่วงเวลาเทศกาลสำคัญต่างๆ หรือเนื่องในโอกาสงานพิเศษครบรอบการเปิดกิจการ

ตัวอย่าง เช่น ผลิตภัณฑ์กันแดดกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เราก็จัดโปรโมชั่นลดราคาขายครีมกันแดดต้อนรับเทศกาลปีใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าให้สูงยิ่งขึ้น และแถมผลิตภัณฑ์ Cleasing รุ่นใหม่ขนาดทดลองฟรี เพื่อให้คนได้ทดลองใช้จำนวนมาก พอผู้ใช้ติดใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ก็อยากซื้อใช้ซ้ำ ถือเป็นการทดสอบตลาดและโฆษณาสินค้าไปในตัว โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกด้วย  

 

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงการอธิบายและตัวอย่างเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วการที่กิจการใดๆจะประสบความสำเร็จได้จะต้องมีมากกว่ากลยุทธ์การตลาด เพราะสิ่งๆเดียวไม่อาจจะเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จได้แต่จะต้องมีการบริหารที่ดี วางแผนที่ดี