5 กลยุทธ์เพิ่มยอดขายอย่างยั่งยืน

Last updated: Jul 3, 2019  |  12319 จำนวนผู้เข้าชม  |  เทคนิคการตลาด เทคนิคการตลาด

5 กลยุทธ์เพิ่มยอดขายอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ในการขายทุกวันนี้มีมากมายให้ได้เลือกใช้กัน ซึ่งในแต่ละกลยุทธ์นั้นก็มีจุดเด่นและความน่าสนใจในการนำไปใช้ที่แตกต่างกันออกไป บางกลยุทธ์นั้นเหมาะสำหรับการขายในระยะสั้น บางอันเหมาะการขายในระยะยาว หรืออาจมีองค์ประกอบอื่นๆ อย่างขนาดและประเภทของธุรกิจด้วย ซึ่งแต่ละหัวข้อจะมีอะไรบ้างนั้นลองมาดูกันครับ

1.การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดที่มีอยู่แล้ว
ถ้าการหาตลาดใหม่หรือขยายตลาดอาจดูเป็นการเสี่ยงเกินไป ทำไมเราจึงไม่ลองเพิ่มยอดขายในตลาดเก่ากันดูก่อนล่ะ เพราะการทำธุรกิจในตลาดเดิมที่มีอยู่แล้วนั้น จะเป็นกระบวนการที่เรามีทุกอย่างในมืออยู่แล้ว ทั้งทีมขายที่รู้ว่าต้องทำอะไร และทำยังไงถึงจะขายได้
_________________________
2.ขยายสายการผลิตใหม่
กลยุทธ์ที่สองที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการเพิ่มยอดขายอย่างยั่งยืนก็คือ การแตกสายการผลิตออกมาสร้างสินค้าใหม่ให้สอดคล้องกับสินค้าเดิมที่ลูกค้าเรานั้นซื้อหรือใช้บริการอยู่เป็นประจำ เพราะนั่นหมายความว่าอย่างน้อยเราจะได้ฐานลูกค้าเดิมที่ชื่นชอบในตัวสินค้าและบริการของเราอยู่แล้วด้วย อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะได้ลูกค้าโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามาทดลองใช้สินค้าและบริการใหม่ของเราเช่นกัน
_________________________
3.กลุ่มลูกค้านอกประเทศ
ถ้าหากลูกค้าในประเทศของเรานั้นถึงจุดอิ่มตัวไปแล้ว นั่นหมายความว่าไม่ว่าเราจะพยายามขยับขยายหรือรูปแบบสินค้าใหม่มากขึ้นก็ไม่ได้เพิ่มยอดขายหรือเพิ่มจำนวนลูกค้ามากขึ้นแต่อย่างใด ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะลองมองหาลูกค้าในสายต่างประเทศกันดูบ้าง เพราะสินค้าบางชนิดนั้นอาจเป็นที่ต้องการสำหรับชาวต่างชาติมากกว่าในไทยเองก็เป็นได้ อีกทั้งหากมีการขยับขยายการขายออกนอกประเทศไปได้ก็จะเป็นการเพิ่มฐานลูกค้าและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ให้มากขึ้นไปอีก
_________________________
4.เพิ่มช่องทางการขาย
ทุกวันนี้มีน้อยธุรกิจมากที่จะมีเพียงช่องทางการขายเพียงช่องทางเดียว ในขณะที่เมื่อก่อนอาจมีแค่เพียงหน้าร้านเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่อินเตอร์เน็ทนั้น ได้เข้าถึงในหลายพื้นที่เกือบครอบคลุมและทั่วถึงก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้กับการขายให้ได้มากยิ่งขึ้นไปอีก การขนสินค้ามาขายบนโลกออนไลน์จึงเป็นอีกหนทางที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก โดยผู้ประกอบการในยุคนี้นั้น สามารถขายสินค้าได้ทั้งบนเว็บไซต์ของตัวเอง เว็บไซต์ที่เป็นตลาดกลางในการขายสินค้า หรือบนเครื่องมือ Social Media ต่างๆ
_________________________
5.ยกระดับการบริการใหม่
การบริการต่างๆ ที่พ่วงมากับตัวสินค้านั้น เริ่มเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่บรรดาลูกค้านั้นใช้ประกอบการตัดสินใจอยู่ไม่น้อย ด้วยสินค้าในราคาที่ใกล้เคียงกันนั้น ลูกค้าอาจยอมเลือกสินค้าหรือบริการที่แพงกว่าถ้าหากแบรนด์นั้นๆ มีการบริการหลังการขายที่ดีกว่าก็ได้

จากทฤษฎีทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมานั้น จะเห็นได้ว่าบางข้ออาจต้องอาศัยการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งแน่นอนว่าจะเกิดความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เลยอยากจะย้ำกันอีกทีว่า ก่อนที่จะลงมือขยับขยายหรือพัฒนาอะไรตามแนวคิดเหล่านี้ ผู้ประกอบการนั้นควรมีการวางแผน สำรวจตลาด และวิเคราะห์ถึงธุรกิจตัวเองก่อนว่ามีศักยภาพเพียงพอสำหรับการเพิ่มยอดขายได้มากน้อยขนาดไหน เพราะถึงแม้วิธีเหล่านี่จะเสี่ยงแต่ก็รับประกันได้ว่าถ้าหากประสบความสำเร็จได้ ก็จะเป็นการเพิ่มยอดขายได้อย่างยั่งยืนมากกว่าบรรดากลยุทธ์ในการตัดราคา ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มยอดขายได้แค่เพียงระยะสั้นแล้ว ยังเป็นการลดมูลค่าของแบรนด์ให้กลายเป็นสินค้าราคาถูกลงในระยะยาวแทนอีกด้วย