เทคนิคการตลาด

 ตลาดเครื่องสำอางไทยในปัจจุบันเติบโตขึ้นอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะโตขึ้นเรื่อยๆ การทำการตลาดของแบรนด์เครื่องสำอางในยุคนี้จึงต้องก้าวกระโดดเป็นการตลาดแบบ 5.0 จากแบบ4.0ที่ผ่านมา หากอยากจะสู้กับแบรนด์อื่นๆให้ได้ เพราะการแข่งขันในยุคดิจิทัลนี้ จะต้องเร็ว แรง ตรงจุด เปรียบได้กับสำนวน “ปลาเร็วกินปลาช้า” ไม่ใช่แบบยุคก่อนที่เป็น “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”

จากข่าวการเข้าจับกุมผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารเสริม-เครื่องสำอางแห่งหนึ่ง ที่ใช้ดารารีวิวโฆษณาแอบอ้างสรรพคุณเกินจริง เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค ที่สำคัญคือการผลิตจากโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน และแอบอ้างจดทะเบียนขอติดเครื่องหมายรับรอง อย. ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจในตลาดความงามไทย ส่งผลกระทบให้แบรนด์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง พลอยถูกเหมารวมไปด้วย แล้วเราจะทำยังไงเพื่อเรียกความมั่นใจจากผู้บริโภคกลับคืนมา

แชร์วิธีการเตรียมตัว เพื่อให้สามารถยื่นขอจดแจ้งได้แบบผ่านฉลุย!

หลายคนคงจะคุ้นชินกับ เครื่องหมาย อย. ที่เป็นเสมือนเครื่องหมายสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนซื้อสินค้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพของสินค้า โดยเฉพาะสินค้าสุขภาพนั้น มีรายละเอียดที่หลายคนอาจยังไม่รู้

จากประเด็นกระแสสังคมในช่วงนี้ ที่มีข่าวการบุกจับ-ทลายแบรนด์ครีมเถื่อน โรงงานผลิตครีมผิดกฎหมาย ซึ่งพบการกระทำผิดทั้งการสวมเลข อย. สินค้า การแอบอ้างสรรพคุณเกินจริงเพื่อหลอกลวงผู้บริโภค ทำให้ภาพลักษณ์ธุรกิจความงามเสียหายในสายตาของผู้บริโภค เปรียบเหมือนปลาเน่าตัวเดียว เหม็นไปทั้งข่อง !

ใบ PR , ใบ PO , ใบเพิ่มหนี้ และใบลดหนี้ ซึ่งแต่ละเอกสารจะมีรายละเอียดและเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกัน ในบทความตอนนี้แอท-ซี ขออาสาพาไปเรียนรู้ ผู้ประกอบการจะได้รู้ว่าเอกสารแบบไหน ใช้งานอย่างไร

เพื่อจะได้ทำธุรกิจอย่างมีระบบและราบรื่นต่อไป มีเอกสารอะไรบ้างไปทำความรู้จักกันครับ

เราไม่ควรมองข้ามรายละเอียดปลีกย่อยที่มีความสำคัญการสร้างความน่าเชื่อถือให้สินค้า เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จทั้งสิ้น

ประเทศจีนไม่เพียงแต่เป็นโรงงานผลิตสินค้าสำคัญของโลกเท่านั้น แต่คนจีนยังเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่มีกำลังซื้อมหาศาล และด้วยตลาดบริโภคที่มีขนาดใหญ่กว่า 1,300 ล้านคนนี้ จีนจึงเป็นที่หมายปองของผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศในทุกๆวงการธุรกิจ รวมทั้งตลาดสินค้าสุขภาพและความงามด้วยเช่นกัน

ระบบคลังสินค้า เป็นเรื่องที่โมเดิร์นเทรดให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากโมเดิร์นเทรดใด ที่มีชื่อเสียง และต้องรับสินค้าในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ยิ่งต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ระบบบาร์โค้ดจึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อตรวจรับสินค้าและเช็คสต็อกสินค้า

บาร์โค้ด คือ เลขหมายประจำตัวสินค้า ที่ใช้ในการระบุและจัดเก็บข้อมูลสินค้า ประกอบไปด้วย รหัสประเทศ ,เลขหมายประจำตัวสมาชิก หรือรหัสประจำตัวบริษัท , รหัสประจำตัวสินค้าที่ผู้ใช้งานกำหนด และตัวเลขตรวจสอบความถูกต้องที่ได้จากการคำนวณ(Generate Barcode) ซึ่งสามารถอ่านค่าโดยใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บบันทึกข้อมูล นิยมใช้อย่างแพร่หลาย

EP นี้เราจะนำเสนอเงื่อนไขเบื้องต้นและคำศัพท์ที่ทาง Modern Trade หรือ ผู้รับสินค้า ใช้ในการติดต่อประสานงานกับผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์